Burmese stories

เรื่องราว ของชาวพม่า

ตามธรรมเนียมโบราณ เมื่อสร้างเมืองหลวงขึ้นเมื่อใด ก็ต้องสร้างสิ่งมงคลขึ้นที่นั่นตามประเพณี จึงได้มีการสร้าง เจดีย์อุปปาตสันติ (The Uppatasanti Pagoda) ตามแบบจำลอง มหาเจดีย์ชเวดากอง ในกรุงย่างกุ้ง ซึ่งเป็นที่เลื่องลือถึงความงดงามไปทั่วโลก จนนักท่องเที่ยวอยากมาเยือนและชมความงดงาม ทางการพม่าจึงได้สร้างเจดีย์แห่งนี้ขึ้นมาซึ่งสามารถมองเห็นได้แต่ไกล

เจดีย์อุปปาตสันติมีความสูง 99 เมตร แม้จะมีขนาดเล็กกว่ามหาเจดีย์ซเวดากอง แต่ก็ดูยิ่งใหญ่ เมื่อตั้งอยู่โดดเดี่ยวบนเนินเขาแห่งนี้ และที่นี่เรายังสามารถเข้าไปกราบสักการะสิ่งศักด์สิทธิ์ได้ถึงใต้ฐานองค์เจดีย์ที่งดงามอลังการมาก

แม้ว่าการเข้าสู่ภายในเขตวัดจะต้องเดินเท้าเปล่า แต่ที่ลานกว้างโดยรอบเจดีย์แห่งนี้กลับไม่ร้อนเท้าอย่างที่น่าจะเป็น แม้ว่าแสงแดดจะแผดเผพื้นผิวลานตลอดเวลา แต่นั่นเป็นเพราะเขาใช้หินอ่อนในการปูพื้นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ทุกคนสามารถเดินได้โดยรอบอย่างสบายๆ

และที่ไม่พลาดก็คือเราได้ไปชมโฉมหน้าของช้างเผือกที่ทางรัฐบาลพม่าได้เลี้ยงไว้หลังจากจับได้ในป่าไม่ไกลจากกรุงเนปีดอว์นัก ซึ่งพม่ามีด้วยกันทั้งหมดรวม 8 เชือก โดยที่กรุงย่างกุ้งมี 3 เชือก และที่กรุงเนปีดอว์มี 5 เชือก สร้างความฮือฮาประหลาดใจให้กับผู้เขียนไม่น้อย เพราะเกิดมายังไม่เคยเห็นช้างเผือกแท้ๆแบบนี้ นอกจากควายเผือก

ที่ว่าเป็นช้างเผือกนั้น เพราะเป็นช้างที่มีผิวสีขาวอมชมพูไปทั้งตัว ตั้งแต่ปลายงวงจรดปลายเล็บเท้า รวมไปถึงขนทุกส่วนก็เป็นสีขาวชมพูหมด ส่วนตาก็เป็นสีเทาอ่อน งดงามมากเป็นช้างที่แตกต่างจากช้างธรรมดาที่หายากมาก จึงเป็นที่เชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์มงคลให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ และเป็นเครื่องมงคลชนิดหนึ่งใน สัปตรัตนะ แห่งพระเจ้าจักรพรรดิ

ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือมีช้างเผือกอยู่เชือกหนึ่งในกลุ่มที่ถูกจับมาได้คราวนั้น ได้ตกลูกออกมาเป็นสีดำ ผิดกับแม่ช้างเผือกตัวอื่น แสดงว่ามันคงผสมกับช้างพลายปกติ ทำให้ตกลูกออกมาเป็นช้างสีธรรมดาไป

และที่ฮือฮาไม่แพ้กันก็คือขนที่หางของช้างเผือกมีคนดูแลข้างแถวนั้นได้นำมาขายให้เส้นละ 200 บาท บอกว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องคุ้มครองภยันตรายให้ได้ แต่ก็ต้องแล้วแต่วิจารณญาณในการตัดสินใจซื้อด้วย

จากนั้นก็ไปชมสิ่งที่เรียกว่ายิ่งใหญ่โอฬารตระการตาใครที่บอกว่าถนนในปุตราจายาเมืองใหม่ของมาเลเซียยิ่งใหญ่แล้วนะ มาเจอแค่ถนนหน้าทางเข้าสู่รัฐสภาในกรุงเนปีดอว์ที่กว้างถึง 20 เลนแล้วอึ้งไปเลย ลือกันว่ารัฐบาลเขาสร้างขึ้นเพื่อให้เครื่องบินลงได้ด้วย พวกเราได้ลงไปเดินชมกันมาแล้วเพราะเขากำลังมีการประชุมกันอยู่ จึงไม่ให้นำรถบัสเข้าไปในเขตรัฐสภา

เราอำลาเมืองหลวงใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนโดยเดินทางออกจากซุ้มประตูทางเข้าออกที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ของกรุงเนปีดอว์ แล้วก็มุ่งหน้าสู่เมืองมัณฑะเลย์ทันที เพื่อไปสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองหลวงเก่าของประเทศพม่ากันบ้าง

สำหรับผู้ที่สนใจจะไปเยือนกรุงเนปีดอว์และต้องการไปเที่ยวต่อที่เมืองมัณฑะเลย์ก็สามารถสำรองที่นั่งที่สายการบิน บางกอก แอร์เวย์สได้ เพราะมีเที่ยวบินไป – กลับจากทั้งสองเมือง โดยสามารถเดินทางไปยังเมืองหนึ่ง และกลับจากอีกเมืองหนึ่งได้อย่างสะดวกสบาย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *